ข้อสอบ Entrance จากเรื่องนิราศพระบาท ผลงานของท่านสุนทรภู่



 

๑. ข้อใดแสดงความเชื่อที่ต่างจากข้ออื่น(ภาษาไทย มีนาคม ๒๕๔๔)

    ก. เอาเทียนจุดบูชาแก่เทวัญ         ให้ป้องกันอันตรายในราวไพร  
    ข. แต่รอยบาทอนุญาตไว้ยอดเขา     บุญของเราได้มาเห็นก็เย็นเศียร  
    ค. พอถึงวัดจันทร์ตะวันพลบ         แวะเคารพรูปพระชินสีห์  
    ง. เป็นเวรกรรมจึงจำจาก            ขอฝากมาหยารัศมี  


 

๒. ข้อใดไม่มีนัยถึง “นางผู้เป็นที่รัก” (ภาษาไทย มีนาคม ๒๕๔๔)

    ก. จะเหลียวกลับลับวังมาลิบแล้ว      พี่ลับแก้วลับบ้านมาย่านบาง  
    ข. เห็นลมอื้อใคร่จะสื่อสาราสั่ง       ถึงร้อยชั่งคู่เชยเคยถนอม  
    ค. นึกเฉลียวเสียวทรวงถึงดวงจันทร์    จะขาดกันเสียเหมือนเขาพี่เศร้าใจ  
    ง. เห็นขาขาววาวแวบอยู่หว่างกลาง    ใครยลนางก็เห็นน่าจะปรานี  


 

๓. คำอธิษฐานในข้อใดสอดคล้องกับค่านิยมเชิงพระพุทธศาสนามากที่สุด (ภาษาไทย มีนาคม ๒๕๔๔)

    ก. อย่ารู้มีโรคาในสารพางค์          ทั้งรูปร่างขอให้ราวกับองค์อินทร์  
    ข. หนึ่งบิดามารดาคณาญาติ        ให้ผุดผาดผาสุกเป็นนิจสิน  
    ค. ความระยำคำใดอย่าได้ยิน        ให้สุดสิ้นสูญหายละลายเอง  
    ง. ทั้งหวายตรวนล้วนเครื่องที่ลำบาก   ให้ปราศจากทั้งคนเขาข่มเหง  


 

ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๔-๕ (ภาษาไทย มีนาคม ๒๕๔๔)
      “สงัดเสียงคนดังระฆังเงียบ          เย็นยะเยียบยามนอนริมเนินผา
เมื่อยามแกนแสนทุเรศเวทนา              ต้องไสยาอยู่กลางน้ำค้างพราว
ทั้งต้องนำอำมฤกเมื่อดึกเงียบ              แสนยะเยียบเนื้อเย็นเป็นเหน็บหนาว
ทั้งหนาวลมหนาวพรมน้ำค้างพราว    ไหนจะหนาวซากผาศิลาเย็น
โอ้หนาวอื่นพอขืนอารมณ์ได้               แต่หนาวใจแยกแค้นนี้แสนเข็ญ
ทั้งหนาวนอนไกลนุชสุดจะเย็น           ใครปะเป็นเหมือนหนึ่งข้าจะว่าจริง”


 

๔.ข้อใดเป็นความรู้สึกที่เด่นชัดของกวี

    ก. เศร้าหมอง ข. หดหู่
    ค. อาลัย ง. อ้างว้าง


 

๕.คำประพันธ์ข้างต้นนี้ใช้กลวิธีการแต่งที่เด่นที่สุดตามข้อใด

    ก. การซ้ำคำ ข. การหลากคำ
    ค. สัมผัสสระ ง. การใช้ความเปรียบ


 

๖.นิราศพระบาทและนิราศลอนดอนมีคุณค่าเด่นที่สุดร่วมกันตามข้อใด

    ก. คุณค่าด้านวรรณศิลป ข. คุณค่าด้านอารมณ์
    ค. คุณค้าด้านวัฒนธรรม ง. คุณค่าด้านค่านิยม


 

ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ๗-๘ (ภาษาไทย มีนาคม ๒๕๔๔)
ก)  เข้าคลองหัวรอตอระดะ               ดูเกะกะรอร้างทางพม่า
เห็นรอหักเหมือนหนึ่งรักพี่รอรา         แต่รอท่ารั้งทุกข์มาตามทาง
ข)  เพรางายวายเสพรส                    แสนกำสรดอดโอชา
อิ่มทุกข์อิ่มชลนา                               อิ่มโศกาหน้านองชล
ค)  เคยหมอบใกล้ได้กลิ่นสุคนธ์ตลบ   ละอองอบรสรื่นชื่นนาสา
สิ้นแผ่นดินสิ้นรสสุคนธา                   วาสนาเราก็สิ้นเหมือนกลิ่นสุคนธ์
ง)  ว่าพลางทางชมคณานก               โผนผกจับไม้อยู่อึงมี่
เบญจวรรณจับวัลย์ชาลี                     เหมือนวันพี่ไกลสามสุดามา



 

๗.ข้อใดใช้คำพ้องรูปเด่นที่สุด

    ก. ข้อ ก  ข. ข้อ ข
    ค. ข้อ ค ง. ข้อ ง


 

๘.ความสัมพันธ์ระหว่างกวีกับผู้ที่กวีเขียนถึงในข้อใดต่างจากข้ออื่น

    ก. ข้อ ก ข. ข้อ ข
    ค. ข้อ ค ง. ข้อ ง


 

ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๙ - ๑๐ (ภาษาไทย มีนาคม ๒๕๔๔)
ก. เห็นคล้ายคล้ายปลาว่ายเฉวียนฉวัด     ระลอกซัดสาดกระเซ็นขึ้นเต้นหยอย
ข. เฝ้าแหงนดูดวงแขชะแง้พักตร์            เห็นจันทร์ชักร่อนเวหาเหิน
ค. ศิลาแลเป็นชะแง่ชะงักง่อน                 บ้างพรุนพรอนแตกกาบเป็นคราบไคล
ง. น้อยหรือเหมือนจะร่วมชีวาลัย            มาสูญใจจำจากเมื่อยากเย็น



 

๙. ข้อใดมีลักษณะเนื้อหาต่างจากข้ออื่น

    ก. ข้อ ก ข. ข้อ ข
    ค. ข้อ ค ง. ข้อ ง


 

๑๐. ข้อใดใช้ภาพพจน์

    ก. ข้อ ก ข. ข้อ ข
    ค. ข้อ ค ง. ข้อ ง


 

ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๑๑ - ๑๒ (ภาษาไทย มีนาคม ๒๕๔๔)
ก)  ถึงสามโคกโศกถวิลถึงปิ่นเกล้า      พระพุทธเจ้าหลวงบำรุงซึ่งกรุงศรี
ประทานนามสามโคกเป็นเมืองตรี      ชื่อปทุมธานีเพราะมีบัว
ข)  พฤกษาสวนล้วนได้ฤดูดอก           ตระหง่านงอกริมกระแสแลสล้าง
กล้วยระกำอัมพาพฤกษาปราง            ต้องน้ำค้างช่อชุ่มเป็นพุ่มพวง
ค)  ที่ท้ายบ้านศาลเจ้าของชาวบ้าน    บวงสรวงศาลเจ้าผีบายศรีตั้ง
เห็นคนทรงปลงจิตอนิจจัง                 ให้คนทั้งปวงหลงลงอบาย
ง)   ถึงบ้านงิ้วเห็นแต่งิ้วละลิ่วสูง        ไม่มีฝูงสัตว์สิ่งกิ่งพฤกษา
ด้วยหนามดกรกดาษระดะตา             นึกก็น่ากลัวหนามขามเข็ดใจ



 

๑๑. คำประพันธ์ในข้อใดไม่เป็นกระจกส่องภาพทางวัฒนธรรม

    ก. ข้อ ก ข. ข้อ ข
    ค. ข้อ ค ง. ข้อ ง


 

๑๒. ข้อใดไม่แสดงอารมณ์ของผู้ประพันธ์

    ก. ข้อ ก ข. ข้อ ข
    ค. ข้อ ค ง. ข้อ ง


 

๑๓.      จึงสาบนามสามแสนเป็นชื่อคุ้ง  เออชาวกรุงกลับเรียกสามเสนสิ้น
      นี่หรือรักจะมิน่าเป็นราคิน             แต่ชื่อดินเจียวยังกลายเป็นหลายคำ

      คำประพันธ์ข้างต้นแสดงแนวคิดเด่นชัดที่สุดตามข้อใด (ภาษาไทย ตุลาคม ๒๕๔๓)

    ก. ชาวกรุงเรื่องชื่อท้องถิ่นตามชอบใจ  
    ข. ความรักที่บริสุทธิ์แท้หาไม่ได้  
    ค. ชื่อสถานที่ย่อมเพี้ยนไปตามกาลเวลา  
    ง. สิ่งทั้งหลายล้วนมีความเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดา  


 

๑๔. ข้อใดใช้ เป็น เป็นภาพพจน์ (สามัญ ๒ พ.ศ. ๒๕๔๑)

    ก.     เป็นลดหลั่นชั้นช่องมีห้องหับ             แลสลับเสื่อมลายคล้ายเลขา
    กลางคิรินหินห้อยย้อยระย้า                   ดาษดาดูดูดั่งพู่พวง
 
    ข.     เพดานดาดลาดล้วนกระจกงาม          พระเพลิงพลามพร่างพร้อยสว่างพราย
    ตาข่ายแก้วปักกรองเป็นกรวยห้อย           ระย้าย้อยแวววามอร่ามฉาย
 
    ค.     ถึงห้วยโป่งเห็นธารละลานไหลคงคา  ใสปลาว่ายคล้ายคล้ายเห็น
    มีกรวดแก้วแพรวพรายรายกระเด็น        บ้างแลเห็นเป็นสีบุษราคัม
 
    ง.     พี่เล็งแลดูกระแสสายสมุทร                ละลิ่วสุดสายตาเห็นฟ้าขวาง
    เป็นฟองฟุ้งรุ่งเรืองอยู่รางขาง                กระเด็นพร่างพรายพราวราวกับพลอย
 


 

๑๕. ข้อใดไม่ใช้ภาพพจน์ (ภาษาไทย ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๑)

    ก. ศิลาแลแวววาวดังดาวดวง         เป็นเมฆม่วงมรกตทับทิมแดง  
    ข. เที่ยวชมห้องปล่องหินเป็นฟูห้อย    มีน้ำย้อยหยาดหยัดอย่างเม็ดฝน  
    ค. ดอกไม้พุ่มจุดงามอร่ามตา         จับศิลาแลเลื่อมเป็นลายลาย  
    ง. โอ้น้ำใจในอุราทารกรรม          เหมือนน้ำดำอยู่ในหนองเป็นฟองคราม  


 

ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๑๖ - ๑๗ (ภาษาไทย กข ๒๕๔๑)
      สงสารนางชาวในที่ไปด้วย   ทั้งโถถ้วยเครื่องแต่งแป้งขมิ้น
หวีกระจกตกแตกกระจายดิน       เจ้าของผินหน้าหาน้ำตาคลอ
จะปีนขึ้นกูบช้างไม่กางขา           แต่โดยผ้ากรีดกรอมทำซอมซ่อ
มือตะกายสายรัดระคนคอ           เห็นช้างงองวงหนีดก็หวีดอึง



 

๑๖. คำประพันธ์ข้างต้นให้จินตนาภาพด้านใดเด่นที่สุด

    ก. แสง เสียง ข. สี เสียง
    ค. เสียง ความเคลื่อนไหว ง. ความเคลื่อนไหว แสง


 

๑๗. คำประพันธ์ข้างต้นอนุมานได้ว่ากวีเป็นคนอย่างไร

    ก. เจ้าชู้ ข. มีเมตตา
    ค. จู้จี้จุกจิก ง. มีอารมณ์ขัน


 

๑๘. ข้อใดใช้กลวิธีการแต่งเหมือนตัวอย่างต่อไปนี้
     ถึงหาดขวางบางพูดเขาพูดกัน  พี่คิดใจฉงนอยู่คนเดียว

    ก. ใครเกี่ยวรอยหัวใจเราไว้หนอ    ให้ต่างคนต่างรอต่างหวนหา  
    ข. เป็นป่าเถื่อนแต่เป็นที่ไม่มีภัย      อยู่ห่างไกลแต่ใกล้คุณธรรม  
    ค. เห็นรักร่วงผลิผลัดสลัดใบ         เหมือนรักใจขวัญเมืองที่เคืองเรา  
    ง. ลมรำเพยพัดผ่านอย่างเบาเบา    ความว่างเปล่ามาเยือนอีกเหมือนเคย  


 

๑๙. ข้อใดมีการซ้ำคำที่มีความหมายเหมือนกันทุกคำ

    ก. ทั้งหนาวลมหนาวพรมน้ำค้างพราว     ไหนจะหนาวซากผาศิลาเย็น  
    ข. เห็นรอหักเหมือนหนึ่งรักพี่รอรา  แต่รอท่ารั้งทุกข์มาตามทาง  
    ค. ระกำกายมาถึงท้ายระกำบ้าน  ระกำย่านนี้ก็ยาวนะอกเอ๋ย  
    ง. ถึงเกาะเกิดเกิดเกาะขึ้นกลางน้ำ  เหมือนเกิดกรรมเกิดราชการหลวง  


 

๒๐. คำประพันธ์ต่อไปนี้ไม่ปรากฎในลักษณะใด
            ตีเข่าปับรับโปกสองมือปิด           ประจบติดเตะผางหมัดขว้างหวือ
      กระหวัดหวิดหวิวผวาเสียงฮาฮือ        คนดูอื้อเออเอาสนั่นอึง

    ก. การเปรียบเทียบ  ข. การเล่นสัมผัส
    ค. การให้ภาพเคลื่อนไหว ง. การเลียนเสียงธรรมชาติ


 

๒๑. ข้อใดไม่แสดงคุณค่าทางวัฒนธรรม

    ก. ด้วยได้ไปเคารพพระพุทธรูป            ทั้งสถูปบรมธาตุพระศาสนา  
    ข. ฝ่ายสาวสาวเกล้ามวยสวยสะอาด       แต่ขยาดอยูว่านุ่งผ้าถุง  
    ค. ทั้งหุ่นโขนโรงใหญ่ช่องระทำ           มานอนโรงคอยท่าเร่งราตรี  
    ง. ถึงท่าเรือเรือยัดกันอัดแอ                   ดูจอแจจอดริมตลิ่งชุม  


 

๒๒. ข้อความต่อไปนี้มุ่งเตือนสตรีในเรื่องใด
            ขอใจนุชที่ฉันสุจริตรัก          ให้แน่นหนักเหมือนพุทธรูปเลขาขำ
      ถึงแสนคนจะมาวอนชะอ้อนนำ      สักแสนคำอย่าให้เคลื่อนจงเหมือนใจ

    ก. การพูดจา ข. การคบคน
    ค. ความซื่อตรง  ง. ความมั่นคงของจิตใจ


 

๒๓. การพรรณนาในข้อใดแสดงภาพที่ต่างกับข้ออื่น

    ก.     พื้นผยังหลังบัวมีฐานปัทม์          เป็นครุฑอัดยืนเหยียบภุชงค์ขยำ
    หยิกขยุ้มกุมวาสุกรีกำกินนร           รำร่ายเทพประนมกร
 
    ข.     ใบระกาหน้าบันบนชั้นมุข         สุวรรณสุกเลื่อมแก้วประภัสสร
    ดูยอดเยี่ยมเทียมยอดยุคนธร          กระจังซ้อนแซมใบระกาบัง
 
    ค.     นาคสะดุ้งรุงรังกระดึงห้อย         ใบโพธิ์ร้อยระเรงอยู่เหง่งหงั่ง
     เสียงประสานกังสดาลกระดึงดัง     วิเวกวังเวงในหัวใจครัน
 
    ง.     บานทารลานแลล้านลายมุก          น่าสนุกในกระหนกดูผกผัน
    เป็นนาคครุฑยุคเหนี่ยวในเครือวัลย์  รูปยักษ์ยันยืนกอดกระบองกุม
 


 

๒๔. ข้อใด ไม่ใช่ ลักษณะของนิราศ

    ก. โอ้ยกคู่ดูน่าจะผาสุก                พี่นี้สิทุกข์เพราะจากเจ้างามขำ  
    ข. ประจวบจนถึงตำบลบ่อโศก     ยามวิโยคออกชื่อก็ครือหู  
    ค. เห็นลมอื้อจะใคร่สื่อสาราสั่ง    ถึงร้อยชั่งคู่เชยเคยถนอม  
    ง. สตรีหึงหนึ่งแพศยาหญิง        ทั้งสองสิ่งอย่าได้ชิดพิสมัย  


 

๒๕. ข้อใดแสดงอารมณ์โศกชัดเจนที่สุด

    ก. ถึงคลองขวางบางจากยิ่งตรมจิต       ใครช่างคิดชื่อบางไว้กางกั้น  
    ข. ตะลึงเหลียวเปลี่ยวเปล่าให้เหงาหงิม     สุชลปริ่มเปี่ยมเหยาะเผาะเผาะผอย  
    ค. อันโศกอื่นหมื่นแสนในแดนไกล        มันไม่โศกลึกซึ้งเหมือนหึงผัว  
    ง. ดึกสงัดเงียบงอมทุกหย่อมหญ้า        โขมดฝ่าโหยหวนครวญกระหึม   



เฉลย
๑. ตอบข้อ ง

เป็นเวรกรรมจึงจำจาก  ขอฝากมาหยารัศมี
ข้อนี้แสดงถึงหลักความเชื่อเรื่องกรรมซึ่งเป็นความเชื่อทางพระพุทธศาสนาแต่ข้ออื่นๆแสดงถึงการบูชารูปเคารพ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ

๒. ตอบข้อ ง

เห็นขาขาววาวแวบอยู่หว่างกลาง   ใครยลนางก็เห็นน่าจะปรานี
เป็นการบรรยายภาพของยิ่งสาวที่พบ แต่ไม่ได้กล่าวถึงนางอันเป็นที่รัก
ข้อ ๑  มีคำที่กล่าวถึงนางอันเป็นที่รัก คือ แก้ว
ข้อ ๒  มีคำที่กล่าวถึงนางอันเป็นที่รัก คือ ร้อยชั่ง
ข้อ ๓  มีคำที่กล่าวถึงนางอันเป็นที่รัก คือ ดวงจันทร์

๓. ตอบข้อ ข

หนึ่งบิดามารดาคณาญาติ   ให้ผุดผาดสุกเป็นนิจสิน
สอดคล้องกับค่านิยมทางพระพุทธศาสนามากที่สุดเพราะเป็นการกล่าวถึงบิดามารดาและญาติ ซึ่งแสดงความกตัญญูกตเวที ซึ่งสอดคล้องกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาที่สั่งสอนให้บำรุงบิดามารดา และผู้มีพระคุณ

๔. ตอบข้อ ข

อ้างว้าง ดูจากกลอนที่ว่า โอ้หนาวอื่นพอขืนอารมณ์ได้  แต่หนาวใจยากแค้นนี้แสนเข็ญ
แสดงให้เห็นอารมณ์ของกวีในขณะนั้นคือ รู้สึกอ้างว้างและเปล่าเปลี่ยว

๕. ตอบข้อ ค
สัมผัสสระ  ปรากฏสัมผัสสระที่เป็นสัมผัสในวรรค และนอกวรรคทั้งบท
๖. ตอบข้อ ก
เพราะวัตถุประสงค์หลักของการแต่งวรรณคดีก็คือแสดงลักษณะความงามทางวรรณศิลป์ เป็นหลักสำคัญ แต่หลังจากที่พิจารณาความงามทางด้านวรรณศิลป์แล้ว จะแสดงคุณค่าด้านสังคมและอารมณ์ตามลำดับ
๗. ตอบข้อ ก

เป็นการเล่นคำพ้องรูปในลักษณะการสื่อความหมายที่แตกต่างกันออกไป

๘. ตอบข้อ ค
เป็นความสัมพันธ์ที่แตกต่างจากข้ออื่นคือระหว่างพระมหากษัตริย์และสามัญชน ในที่นี้สุนทรภู่ได้กล่าวถึงวาสนาของตนเมื่อคราวพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ ซึ่งทรงโปรดสุนทรภู่มาก แต่เมื่อสิ้นพระองค์ชีวิตสุนทรภู่ก็ตกต่ำไม่รุ่งเรืองเช่นก่อน
๙. ตอบข้อ ง
ข้อนี้มิได้กล่าวถึงสภาพธรรมชาติในขณะที่พรรณนาหรือบรรยายความเช่นข้ออื่นๆ
๑๐. ตอบข้อ ข
เป็นโวหารภาพพจน์แบบบุคคลวัต นั่นคือ สิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ทำกิริยาแบบมนุษย์
๑๑. ตอบข้อ ข

เพราะข้อนี้เป็นเพียงการบรรยายถึงสภาพธรรมชาติเท่านั้น ส่วนข้ออื่นๆ แสดงลักษณะวัฒนธรรมต่างๆ ดังนี้
ข้อ ๑ แสดงให้เห็นความรักและภักดีระหว่างราษฎรและพระเจ้าแผ่นดิน
ข้อ ๓ แสดงให้เห็นความเชื่อเรื่องการทรงเจ้าเข้าผี ซึ่งกวีเห็นว่าเป็นสิ่งที่งมงายน่าเศร้าใจ
ข้อ ๔ แสดงให้เห็นความเชื่ออย่างหนึ่งคือ การที่เราล่วงเกินผิดลูกผิดเมียผู้อื่น จะทำให้ตายไปต้องปีนต้นงิ้ว ถูกหอกแหลมแทงทนทุกขเวทนายิ่งนัก

๑๒. ตอบข้อ ข

เพราะข้อนี้เป็นเพียงการบรรยายถึงสภาพธรรมชาติเท่านั้นไม่มีการแสดงอารมณ์

๑๓. ตอบข้อ ง
สิ่งทั้งหลายล้วนมีการเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดา
๑๔. ตอบข้อ ก

เป็นภาพพจน์แบบอุปมานั่นคือการเปรียบเหมือน ที่ใช้คำเชื่อมว่า ดั่ง

๑๕. ตอบข้อ ค

เป็นเพียงการบรรยายลักษณะความงามของดอกไม้พุ่มเท่านั้น แต่มิปรากฏการใช้ภาพพจน์ใดๆ
ข้อ ๑ เป็นภาพพจน์แบบอุปมา
ข้อ ๒ เป็นภาพพจน์แบบอุปลักษณ์และอุปมา
ข้อ ๑ เป็นภาพพจน์แบบอุปมา

๑๖. ตอบข้อ ค

จะเห็นภาพนางในที่พยายามปีนขึ้นช้างอย่างทุลักทุเล พร้อมแสดงเสียงตื่นตระหนกเมื่อช้างงองวงเข้ามาหาพวกเธอ

๑๗. ตอบข้อ ง
มีอารมณ์ขัน
๑๘. ตอบข้อ ค
มีการเล่นคำว่า รัก เช่นเดียวกับ คำว่าพูด
๑๙. ตอบข้อ ก
ความหมายของคำว่า หนาว ในที่นี้มีความหมายเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศท่างกายได้รับ แต่ข้ออื่นการเล่นคำนั้นจะมีความหมายต่างๆกันไป
๒๐. ตอบข้อ ก

การเปรียบเทียบ

๒๑. ตอบข้อ ง

ไม่แสดงคุณค่าทางวัฒนธรรมแต่อย่างใด
ข้อ ๑ แสดงวัฒนธรรมการแสดงคาวามเคารพพระพุทธรูปรวมทั้งพระบรมธาตุต่างๆ ตามความเชื่อทางพุทธศาสนาในไทย
ข้อ ๒ แสดงให้เห็นภาพของหญิงสาวที่เกล้ามวยผมและนุ่งผ้าถุง แสดงลักษณะการแต่งกายของหญิงสาวในขณะนั้น
ข้อ ๓ แสดงถึงวัฒนธรรมการแสดงเมื่อมีการเฉลิมฉลองก็จะนำการเล่นหุ่น โขน และประดับประดาดอกไม้ไฟในยามค่ำคืนอีกด้วย

๒๒. ตอบข้อ ง
ความมั่นคงของจิตใจ พิจารณาจากความที่ว่า ให้แน่นหนักเหมือนพุทธรูปเลขาชำ ... สักแสนคำอย่าให้เคลื่อนจงเหมือนใจ
๒๓. ตอบข้อ ค

ข้ออื่นเป็นการพรรณนาลักษณะสิ่งปลูกสร้างต่างๆ เพียงอย่างเดียว แต่ข้อ๓มีการเปรียบเทียบแบบสัทพจน์ ซึ่งเลียนเสียงใบโพธิ์ กังสดาล เป็นต้น ซึ่งข้ออื่นเป็นเพียงการพรรณนาภาพเท่านั้น

๒๔. ตอบข้อ ง

มิใช่ขนบของการแต่งนิราศ ซึ่งมีขนบดังนี้
๑. นิราศเป็นวรรณคดีบันทึกการเดินทางจากที่หนึ่งปังจุดหมายปลายทาง
๒. ระหว่างการเดินทางเมื่อกวีพบเห็นสิ่งใดจะนำมาเปรียบเทียบความรักของตนที่จำต้องจากนางอันเป็นที่รัก
๓. กวีนิยมฝากความรักของตนให้นางโดยผ่านสิ่งต่างๆ เช่น ลม นก ภูตผี เทวดา

๒๕. ตอบข้อ ข
แสดงความรู้สึกโดดเดี่ยวเป็นอย่างมากและยิ่งสร้างอารมณ์ให้เศร้ายิ่งขึ้นด้วยการร้องไห้น้ำตาตกทีเดียว